ธรรมโอสถ

← ทุกข์เรื่องอื่น

💼 หาเงินได้แต่เก็บไม่อยู่ — พระพุทธเจ้าสอน "จัดพอร์ต" ไว้ว่ายังไง

ถ้าคิดว่าการแบ่งเงินเป็นสัดส่วน (budgeting) กับเงินสำรองฉุกเฉิน (emergency fund) เป็นความรู้จากตำราการเงินสมัยใหม่ — ในสิงคาลกสูตรมีครบทั้งสองอย่าง เป็นคาถาพุทธพจน์ อายุ 2,500 กว่าปี

สูตรแบ่งทรัพย์ 4 ส่วน

ท้ายส่วนที่ว่าด้วยการคบมิตรในสิงคาลกสูตร พระพุทธเจ้าตรัสคาถาสรุปวิธีจัดการทรัพย์ ของคฤหัสถ์ไว้ว่า เมื่อขยันเก็บออม "ดังตัวผึ้งสร้างรัง" ทรัพย์ย่อมพอกพูน "ดุจจอมปลวกที่ตัวปลวกก่อขึ้น" แล้วให้แบ่งอย่างนี้

"พึงแบ่งโภคทรัพย์ออกเป็น ๔ ส่วน คือส่วนหนึ่งใช้สอย ๒ ส่วนใช้ประกอบการงาน ส่วนที่ ๔ เก็บไว้ด้วยหมายใจว่าจะใช้ในยามมีอันตราย"

พุทธพจน์จากสิงคาลกสูตร — พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๑ ข้อ ๒๖๕

แปลงเป็นภาษาการเงินวันนี้ได้ตรงตัว:

สัดส่วนตรงเป๊ะไม่ใช่สาระสำคัญเท่าลำดับความคิด: เงินลงทุนได้ก้อนใหญ่กว่าเงินใช้ และเงินสำรองเป็นภาคบังคับ ไม่ใช่เศษที่เหลือ

แต่ก่อนถามว่า "ลงทุนยังไง" ต้องถามว่า "หาเงินมาทำไม"

อีกสูตรหนึ่งคืออาทิยสูตร พระพุทธเจ้าตรัสกับอนาถบิณฑิกเศรษฐี (มหาเศรษฐีผู้สร้างวัดพระเชตวัน) ถึง "ประโยชน์ที่ควรถือเอาจากโภคทรัพย์ 5 ประการ" — เช็กลิสต์ว่าเงินที่หามาได้ "ด้วยความหมั่น ความขยัน อาบเหงื่อต่างน้ำ ได้มาโดยธรรม" ควรได้ทำหน้าที่อะไรบ้าง:

  1. เลี้ยงตัวเองและครอบครัวให้เป็นสุข — ข้อแรกคือตัวเองก่อน ไม่ใช่เสียสละจนตัวเองลำบาก
  2. เลี้ยงมิตรสหาย — เงินซื้อมิตรภาพไม่ได้ แต่หล่อเลี้ยงมิตรภาพได้
  3. ป้องกันภัย — กันไว้สำหรับ "อันตรายที่เกิดแต่ไฟ น้ำ พระราชา โจร" (ประกัน+เงินสำรองนั่นเอง)
  4. ทำพลี 5 — หน้าที่ต่อส่วนรวม: บำรุงญาติ ต้อนรับแขก ทำบุญอุทิศผู้ล่วงลับ บำรุงราชการ (ภาษี) และบำรุงเทวดา
  5. ทำบุญกับผู้ปฏิบัติดี — ส่วนที่เป็นบันไดไปภพหน้า

แล้วปิดท้ายด้วยข้อความที่เป็นอิสรภาพทางการเงินแบบพุทธแท้ๆ: ถ้าใช้เงินครบ 5 หน้าที่นี้แล้ว เงินจะหมดหรือจะงอกก็ไม่เดือดร้อนใจทั้งสองทาง — "เราได้ถือเอาประโยชน์แต่โภคทรัพย์นั้นแล้ว" ใช้มันถูกที่แล้ว จบ ไม่มีเสียดาย ความมั่งคั่งในนิยามนี้จึงไม่ใช่ตัวเลข แต่คือความไม่เดือดร้อนใจ

แล้ว Bitcoin / Forex / หุ้น VI — อันไหนเป็น "การพนัน"?

ก่อนตอบ ฟังคำเตือนของแท้ก่อน — ในสิงคาลกสูตร การพนันคืออบายมุขที่พระพุทธเจ้า แจกแจงโทษไว้ 6 ข้อ ลองอ่านแล้วนึกถึงคนที่ "เล่นพอร์ต" จนพังดู:

"การหมกมุ่นในการเล่นการพนันอันเป็นเหตุแห่งความประมาทมีโทษ ๖ ประการนี้ คือ ๑. ผู้ชนะย่อมก่อเวร ๒. ผู้แพ้ย่อมเสียดายทรัพย์ที่เสียไป ๓. เสียทรัพย์ทันตาเห็น ๔. ถ้อยคำที่เป็นพยานในศาล ก็เชื่อถือไม่ได้ ๕. ถูกมิตรอำมาตย์ดูหมิ่น ๖. ไม่มีใครประสงค์จะแต่งงานด้วย"

พุทธพจน์จากสิงคาลกสูตร — พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๑ ข้อ ๒๕๑

ข้อ 2 คืออาการ "เสียแล้วอยากเอาคืน" (revenge trade) ข้อ 3 คือการล้างพอร์ตทันตาเห็น และข้อ 1 คมที่สุด — แม้แต่ผู้ชนะก็ก่อเวร เพราะในเกม zero-sum กำไรของเราคือเงินที่ออกจากกระเป๋าใครสักคนเสมอ

พระสูตรไม่รู้จักคริปโตหรือ Forex เกณฑ์แบ่งจึงไม่ใช่ "ชื่อสินทรัพย์" แต่เป็นเกณฑ์จากตัวสูตรที่เรานำมาประยุกต์ (ส่วนนี้เป็นการตีความของผู้เรียบเรียง โดยอิงหลักในสูตรตรงๆ) — ลองตอบ 4 คำถามนี้:

  1. เงินไป "ประกอบการงาน" หรือไป "ทายผล"? — เกณฑ์จากสูตรแบ่งทรัพย์: เงินลงทุนคือส่วนที่ไป "ประกอบการงาน" คือมีกิจการ มีผลผลิต มีมูลค่าถูกสร้างขึ้นจริงเบื้องหลัง
    · หุ้นแนว VI ที่ซื้อส่วนของกิจการซึ่งขายของได้จริง มีกำไรจริง — เข้านิยาม "ประกอบการงาน" ตรงที่สุด แค่เปลี่ยนจากทำกิจการเองเป็นร่วมเป็นเจ้าของ
    · Forex เก็งค่าเงินรายวัน — ไม่มีกิจการเบื้องหลัง เป็นเกม zero-sum แท้ๆ (มีคนแพ้เท่ากับคนชนะ แถมเสียค่าธรรมเนียมทั้งคู่) โครงสร้างเดียวกับโต๊ะพนันทุกประการ ต่างแค่หน้าจอดูเป็นวิชาการกว่า
    · Bitcoin/คริปโต — ก้ำกึ่ง เพราะไม่มีกระแสเงินสดหรือผลผลิต ราคาขึ้นอยู่กับ คนถัดไปยอมจ่ายแพงกว่าเดิมหรือไม่ ถ้าศึกษาเทคโนโลยีจริง ซื้อด้วยเงินเย็นถือยาวแบบรู้ว่าเสี่ยงสูง ก็เป็นการเสี่ยงอย่างมีสติ แต่ถ้าเทรดรายวัน เล่น futures หวังรวยเร็ว — พฤติกรรมนั้นคือการพนันเต็มรูปแบบ ไม่ว่าสินทรัพย์จะชื่ออะไร
  2. เรามี "ปัญญาเครื่องสอดส่อง" ในสิ่งนั้นไหม? — เกณฑ์จากอุฏฐานสัมปทา (ทีฆชาณุสูตร): อธิบายให้เด็กฟังได้ไหมว่าสิ่งที่เราถือคืออะไร ทำเงินจากไหน ถ้าคำตอบจริงๆ คือ "เห็นเขาว่ากันว่าจะขึ้น" — นั่นตรงกับข้อห้ามของกาลามสูตรคำต่อคำ: "อย่าได้ยึดถือโดยตื่นข่าว"
  3. ใช้เงินส่วนไหนของ 4 ส่วน? — ลงทุนได้เฉพาะส่วน "ประกอบการงาน" ห้ามแตะส่วนใช้สอยและส่วนสำรองยามอันตราย ยิ่งถ้ากู้มาเทรด คือผิดทั้งสมชีวิตาและอารักขสัมปทาในหมัดเดียว
  4. มีอาการตามโทษ 6 ข้อหรือยัง? — นอนไม่หลับเฝ้าพอร์ต แพ้แล้วเพิ่มไม้เอาคืน ปิดบังคนในบ้านว่าเสียไปเท่าไหร่ คนรอบตัวเริ่มไม่เชื่อถือ — ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง แปลว่าข้ามเส้นไปฝั่งการพนันแล้ว ให้ถอยมาตั้งหลักก่อน

สรุปสั้นๆ: งาน + ปัญญา + เงินถูกส่วน = การลงทุน · ทายผล + ตื่นข่าว + เงินผิดส่วน = การพนัน — สินทรัพย์เดียวกัน คนสองคนถือ อาจเป็นคนละอย่างกันเลยก็ได้

เอาไปใช้วันนี้