สมการที่ตอบคำถามนี้ได้แม่นที่สุด พระพุทธเจ้าตรัสไว้กับหญิงคนหนึ่ง ที่เดินร้องไห้ทั้งตัวเปียกมาเฝ้าพระองค์กลางวันแสกๆ — และมันสั้นแค่ประโยคเดียว: รักเท่าไหร่ ทุกข์เท่านั้น
นางวิสาขาคืออุบาสิกาหมายเลขหนึ่งของพระพุทธศาสนา ผู้สร้างวัดบุพพาราม แต่วันหนึ่งนางมาเฝ้าพระพุทธเจ้าตอนเที่ยง "มีผ้าเปียก มีผมเปียก" (เพิ่งเสร็จพิธีศพ) เมื่อพระองค์ตรัสถาม นางทูลว่า "หลานของหม่อมฉัน เป็นที่รักที่พอใจ ทำกาละ(ตาย)เสียแล้ว"
พระพุทธเจ้าไม่ได้เริ่มจากเทศน์ แต่เริ่มจากคำถามแปลกๆ: "วิสาขา ท่านอยากได้บุตรหลานเท่าจำนวนคนทั้งเมืองสาวัตถีไหม" นางตอบทันทีว่าอยากได้ (คนสมัยนั้นถือว่าลูกหลานยิ่งมากยิ่งดี) พระองค์ถามต่อ: "แล้วในเมืองสาวัตถี มีคนตายวันละกี่คน" นางตอบ: วันละ 10 บ้าง 9 บ้าง ... อย่างน้อยวันละ 1 คน ไม่มีวันไหนไม่มีคนตายเลย — "ถ้าอย่างนั้น ท่านจะมีผ้าเปียกผมเปียกทุกวันหรือไม่"
นางวิสาขาเห็นทันที: "พอเพียงแล้วด้วยบุตรและหลานมากเพียงนั้น" แล้วพระองค์จึงตรัสประโยคที่กลายเป็นสัจธรรมเรื่องความรักที่ถูกยกมาอ้างมากที่สุด:
"ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๑๐๐ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๑๐๐ ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๙๐ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๙๐ ... ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๑ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๑ ผู้ใดไม่มีสิ่งที่รัก ผู้นั้นก็ไม่มีทุกข์ เรากล่าวว่า ผู้นั้นไม่มีความโศก ปราศจากกิเลสดุจธุลี ไม่มีอุปายาส"
พุทธพจน์จากวิสาขาสูตร — พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เล่ม ๒๕ ข้อ ๑๗๖ (ตัดความ)
หนึ่ง — ความเจ็บของเธอสมเหตุสมผลเป๊ะ ที่เจ็บขนาดนี้เพราะรักขนาดนั้น มันคือสมการตรงไปตรงมา ไม่ใช่เพราะเธออ่อนแอ ไม่ใช่เพราะเธอผิดปกติ คนที่บอกว่า "แค่นี้เอง ทำไมต้องเสียใจ" คือคนที่ไม่ได้ใส่ตัวเลขเดียวกับเธอในสมการ
สอง — ความเจ็บนี้ไม่ได้อยู่ที่เขา มันอยู่ที่ "ความรักที่เรายังถืออยู่" เขาเดินไปแล้ว แต่สิ่งที่ยังทำให้เจ็บทุกคืนคือ "สิ่งที่รัก" ที่ยังนับอยู่ในใจเรา ข่าวดีของสมการนี้คือ ฝั่งที่เราแก้ได้อยู่ข้างเรา ไม่ได้อยู่ข้างเขา — ไม่ต้องรอให้เขากลับมา ไม่ต้องรอให้เขาสำนึก ทุกข์จะลดเมื่อมือเราค่อยๆ คลายเอง
สาม — พระองค์ไม่ได้สั่งให้เลิกรักโลกทั้งใบ ตรัสกับนางวิสาขาผู้เป็นแม่บ้านใจบุญ พระองค์ไม่ได้บอกว่า "จงอย่ารักใครอีก" แต่ชี้ให้เห็นราคาจริงของความรักแต่ละหน่วย เพื่อให้เรารักอย่างรู้ราคา — รู้ว่าทุกครั้งที่รับใครเข้ามาในใจ เราได้เซ็นรับความเสี่ยง ที่จะเสียเขาไปด้วยเสมอ รักต่อได้ แต่รักแบบหลับตาข้างเดียวไม่ได้อีกแล้ว