"กสิณ" เป็นคำที่มาพร้อมภาพลึกลับ: เพ่งเปลวเทียน เพ่งดวงแก้ว ได้ฤทธิ์ได้ตาทิพย์ หน้านี้จะตอบสามคำถามแบบมีที่มา: มันคืออะไรในตัวบทจริงๆ · ส่วนไหนเป็นของชั้นหลัง · และคนธรรมดาควรวางท่าทีกับมันยังไง
"ดูกรภิกษุทั้งหลาย บ่อเกิดแห่งกสิณ ๑๐ ประการนี้ ... คือ บุคคลผู้หนึ่งย่อมรู้ชัดซึ่งปฐวีกสิณ(ดิน) ในเบื้องบน เบื้องต่ำ เบื้องขวาง ไม่มีสอง หาปริมาณมิได้ ... อาโปกสิณ(น้ำ) ... เตโชกสิณ(ไฟ) ... วาโยกสิณ(ลม) ... นีลกสิณ(สีเขียว) ... ปีตกสิณ(สีเหลือง) ... โลหิตกสิณ(สีแดง) ... โอทาตกสิณ(สีขาว) ... อากาสกสิณ(ความว่าง) ... วิญญาณกสิณ"
พุทธพจน์จากกสิณสูตร — พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เล่ม ๒๔ ข้อ ๒๕ (วงเล็บคำแปลโดยผู้เรียบเรียง)
สาระของกสิณคือการใช้สิ่งเดียวล้วนๆ เป็นที่ตั้งของใจ — ธาตุสี่ สีสี่ และความว่าง/วิญญาณ — เพ่งจนใจ "เห็น" สิ่งนั้นแผ่ไปทั่ว "ไม่มีสอง หาปริมาณมิได้" คือใจรวมเป็นหนึ่งกับอารมณ์เดียว เป็นทางเข้าฌานสายสมถะที่ตรงและแรง กสิณจึงเป็นของแท้ในพระไตรปิฎก ปรากฏทั้งในอังคุตตรนิกายและทีฆนิกาย (สังคีติสูตร)
ขั้นตอนที่คุ้นหูกัน — ปั้นดวงกสิณดินขนาดเท่าจานคว่ำ นั่งห่างเท่านั้นเท่านี้ เพ่งจนเกิด "อุคคหนิมิต" (ภาพติดตา) แล้วพัฒนาเป็น "ปฏิภาคนิมิต" (ภาพใสในใจ) — รายละเอียดพวกนี้อยู่ในวิสุทธิมรรค คัมภีร์ที่พระพุทธโฆสะเรียบเรียงหลังพุทธกาล ราวพันปี ไม่ใช่พุทธพจน์โดยตรง (เป็นคู่มือปฏิบัติที่ครูบาอาจารย์นับถือสืบกันมา แต่มีสถานะเป็นคัมภีร์ชั้นหลัง — เว็บนี้แยกป้ายเสมอ)
ส่วนภาพจำแบบ "เพ่งกสิณเอาฤทธิ์ เอาตาทิพย์" — ฤทธิ์เป็นผลพลอยได้ของฌานที่ตัวบทกล่าวถึงจริง แต่ท่าทีของพระพุทธเจ้าต่อการอวดฤทธิ์นั้นชัดเจนมาก (อ่านที่หน้า ปาฏิหาริย์มีจริงไหม): ทรง "เหนื่อยหน่าย ระอา รังเกียจ" การเอาฤทธิ์มาเรียกศรัทธา — ใครฝึกกสิณเพื่อโชว์ฤทธิ์ จึงเริ่มผิดทางตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
ตามหลักการ: กสิณเป็นกรรมฐานสายสมถะ (สงบ-รวมใจ) หนึ่งในหลายสิบวิธี ไม่ใช่ทางบังคับผ่าน จุดแข็งคือใจรวมเร็วสำหรับคนถูกจริต จุดที่ควรระวังคือ มันเป็นกรรมฐานละเอียดที่ตำราโบราณเองก็แนะให้มีครูผู้ชำนาญคอยกำกับ เพราะนิมิตและอาการต่างๆ ระหว่างทางต้องการคนช่วยวินิจฉัย สำหรับคนทั่วไปที่ฝึกเองที่บ้าน อานาปานสติ กับ เดินจงกรม ปลอดภัยกว่า เรียบง่ายกว่า และเป็นกรรมฐานที่พระพุทธเจ้าตรัสสรรเสริญไว้เองมากที่สุด — กสิณเก็บไว้เป็นวิชาต่อยอดเมื่อมีครูจริงจะเหมาะกว่า (คำแนะนำย่อหน้านี้เป็นทัศนะของผู้เรียบเรียงบนหลักที่อ้างแล้วข้างต้น)