พระพุทธเจ้าเคยโดนด่าซึ่งหน้า ด้วยคำหยาบคาย ต่อหน้าคนอื่น และสิ่งที่พระองค์ทำตอบ กลายเป็นหนึ่งในบทสนทนาที่เฉียบคมที่สุดในพระไตรปิฎก
ที่กรุงราชคฤห์ พราหมณ์คนหนึ่งชื่อ อักโกสกภารทวาชะ รู้ข่าวว่าพี่ชายของตน ไปบวชในสำนักของพระพุทธเจ้า ก็โกรธจัด เดินดุ่มไปหาพระพุทธเจ้าถึงที่ประทับ แล้วด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย — พระไตรปิฎกบันทึกไว้ตรงๆ ว่า "ด่าบริภาษพระผู้มีพระภาคด้วยวาจาหยาบคาย อันมิใช่วาจาของสัตบุรุษ"
พระพุทธเจ้าฟังจนจบ แล้วไม่ตอบโต้สักคำ แต่ถามกลับว่า
"พราหมณ์ มิตรสหายญาติพี่น้องเคยมาเยี่ยมท่านที่บ้านบ้างไหม"
พราหมณ์ตอบว่า เคยมาบ้างเป็นบางคราว
"แล้วท่านเคยจัดของกินของว่างต้อนรับเขาบ้างไหม"
พราหมณ์ตอบว่า ก็จัดบ้าง
"ถ้าแขกเหล่านั้นไม่รับของที่ท่านจัดไว้ ของนั้นตกเป็นของใคร"
พราหมณ์ตอบว่า ก็เป็นของข้าพเจ้าตามเดิม
ตรงนี้เองที่พระพุทธเจ้าตรัสประโยคสำคัญ
"พราหมณ์ ข้อนี้ก็เหมือนกัน ท่านด่าเราผู้ไม่ด่าอยู่ ท่านโกรธต่อเราผู้ไม่โกรธอยู่ ท่านมาทะเลาะกับเราผู้ไม่ทะเลาะอยู่ เราไม่รับคำด่าเป็นต้นของท่านนั้น ดังนั้น คำด่าเป็นต้นนั้น จึงเป็นของท่านผู้เดียว"
พุทธพจน์จากอักโกสสูตร — พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ ข้อ ๑๘๘
แล้วพระองค์ตรัสต่ออีกว่า คนที่ด่าตอบ โกรธตอบ ทะเลาะตอบ เท่ากับยอม "บริโภคร่วมกัน" กับคนที่ด่า — คือรับของนั้นมากิน แล้วส่งกลับไปกลับมาไม่จบ ส่วนพระองค์ไม่รับ เกมจึงจบตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
"ผู้ใดโกรธตอบต่อบุคคลผู้โกรธ
พุทธพจน์จากอักโกสสูตร — พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ ข้อ ๑๘๘
ผู้นั้นย่อมเลวกว่าผู้โกรธ เพราะการโกรธตอบนั้น
บุคคลผู้ไม่โกรธตอบต่อบุคคลผู้โกรธ
ชื่อว่าชนะสงครามที่ชนะได้ยาก"
เรื่องนี้จบแบบที่ไม่มีใครคาด — พราหมณ์ที่มาด่า ฟังแล้วเลื่อมใส ขอบวชในสำนักของพระพุทธเจ้า และต่อมาได้บรรลุเป็นพระอรหันต์