ธรรมโอสถ

← ทุกข์เรื่องอื่น

🕯️ กลัวความตาย คิดถึงทีไรใจหวิวทุกที

พราหมณ์ชื่อชานุโสณีมาเฝ้าพระพุทธเจ้า พร้อมความเชื่อสนิทใจว่า "สัตว์ที่มีความตายเป็นธรรมดา ที่จะไม่กลัวตายนั้น ไม่มี" — พระพุทธเจ้าตอบสั้นๆ ว่า มี แล้วทรงอธิบายว่าเส้นแบ่งอยู่ตรงไหน

คน 4 จำพวกที่กลัวตาย

พระองค์ตรัสว่า คนที่ "ย่อมกลัว ถึงความสะดุ้งต่อความตาย" คือคนที่เมื่อโรคหนักมาถึง จะเกิดความคิดแบบใดแบบหนึ่งใน 4 อย่างนี้

  1. คนที่ยังหวงความสุขทางโลก — "ยังไม่ปราศจากความกำหนัด ความพอใจ ความรัก ความกระหาย...ในกามทั้งหลาย" พอรู้ว่าต้องไป ก็ทุรนทุรายว่า "สิ่งอันเป็นที่รักจักละเราไปเสียละหนอ"
  2. คนที่ยังหวงร่างกายตัวเอง — ยังยึดว่ากายนี้คือเรา ของเรา พอกายจะดับก็เหมือนตัวตนทั้งหมดถูกริบไป
  3. คนที่ไม่ได้ทำความดีไว้ — "ไม่ได้ทำความดีไว้ ไม่ได้ทำกุศลไว้ ไม่ได้ทำความป้องกันความกลัวไว้ ทำแต่บาป" เมื่อมองย้อนชีวิตแล้วเห็นแต่สิ่งที่ค้างคา ใจจึงสะดุ้งว่าปลายทางจะเป็นอย่างไร
  4. คนที่ยังลังเลในธรรม — "มีความสงสัยเคลือบแคลง ไม่ถึงความตกลงใจในพระสัทธรรม" คือยังไม่มีหลักใจอะไรให้ยึดในวาระสุดท้าย

และคน 4 จำพวกที่ไม่กลัว

อีก 4 จำพวกคือภาพกลับด้านทีละข้อ: คนที่คลายความหวงในกามแล้ว คนที่คลายความยึดในกายแล้ว คนที่ทำความดีไว้มาก และคนที่หมดความลังเลในธรรม สำหรับคนจำพวกที่สาม พระองค์ตรัสถึงความรู้สึกของเขาตอนป่วยหนักไว้ชัดเจน

"เราไม่ได้ทำกรรมอันเป็นบาป ไม่ได้ทำกรรมหยาบช้า ไม่ได้ทำกรรมที่เศร้าหมอง เป็นผู้ทำกรรมดีไว้ ทำกุศลไว้ ทำกรรมเครื่องป้องกันความกลัวไว้ ... เขาย่อมไม่เศร้าโศก ไม่ลำบากใจ ไม่ร่ำไร ไม่ทุบอกคร่ำครวญ ไม่ถึงความหลงใหล"

ความจากอภยสูตร — พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เล่ม ๒๑ ข้อ ๑๘๔ (ตัดความ)

สังเกตวลีที่งดงามมาก: ความดีถูกเรียกว่า "กรรมเครื่องป้องกันความกลัว" — การทำดีในวันนี้ คือการซื้อความไม่สะดุ้งของวันสุดท้ายไว้ล่วงหน้า

สูตรนี้กำลังบอกอะไรเรา

ความกลัวตายในมุมมองของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่เรื่องของความตายเลย — มันคือเรื่องของสิ่งที่เรายังกำแน่นอยู่ตอนนี้ (กาม, กาย, บาปที่ค้างคา, ความลังเล) ยิ่งกำแน่น การถูกบังคับให้ปล่อยก็ยิ่งน่ากลัว ดังนั้นโจทย์จึงไม่ใช่ "ทำยังไงตอนตายจะไม่กลัว" แต่เป็น "วันนี้เรากำอะไรแน่นเกินไปบ้าง" ซึ่งเป็นโจทย์ที่เริ่มทำได้ทันที ตอนที่ยังแข็งแรงดีอยู่นี่แหละ

เอาไปใช้วันนี้