ถ้าคุณคิดว่าความผิดพลาดของตัวเองใหญ่เกินกว่าจะเริ่มใหม่ ลองฟังเรื่องของชายที่ฆ่าคนจนต้องร้อยนิ้วมือเหยื่อเป็นพวงมาลัยคล้องคอ — แล้ววันหนึ่งกลายเป็นพระอรหันต์ เรื่องนี้อยู่ในพระไตรปิฎกทั้งเรื่อง ไม่ใช่นิทาน
ในแคว้นโกศลมีโจรชื่อ องคุลิมาล "เป็นคนหยาบช้า มีฝ่ามือเปื้อนเลือด ... เขาเข่นฆ่ามนุษย์แล้วตัดเอานิ้วมือร้อยเป็นพวงมาลัยสวมไว้" ทั้งหมู่บ้านทั้งเมืองร้าง เพราะกลัวเขา วันหนึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จเข้าไปในเส้นทางนั้นรูปเดียว ทั้งที่ชาวบ้านเตือนแล้วเตือนอีก — องคุลิมาลเห็นก็คิดว่า "คนเดินทางนี้ต้องรวมกลุ่มกันมา 30-40-50 คน ยังตกอยู่ในเงื้อมมือเรา สมณะรูปนี้มาคนเดียว ชะรอยจะมาข่มเรา" จึงคว้าดาบธนูไล่ตาม
แล้วสิ่งประหลาดก็เกิดขึ้น — พระสูตรบันทึกว่าพระพุทธเจ้าทรงบันดาลฤทธิ์ "โดยวิธีที่โจรองคุลิมาลจะวิ่งจนสุดกำลัง ก็ไม่สามารถจะตามทันพระผู้มีพระภาค ผู้เสด็จไปตามปกติได้" องคุลิมาลถึงกับอุทานกับตัวเองว่า เมื่อก่อนช้างวิ่ง ม้าวิ่ง รถแล่น กวางวิ่ง เรายังไล่ทันหมด แต่นี่เราวิ่งสุดชีวิต ทำไมไล่คนเดินธรรมดาไม่ทัน จึงตะโกนว่า "หยุดก่อน สมณะ!"
"เราหยุดแล้ว องคุลิมาล ท่านต่างหากจงหยุด"
พุทธพจน์จากอังคุลิมาลสูตร — พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๓ ข้อ ๓๔๘
องคุลิมาลงง — เดินอยู่แท้ๆ บอกว่าหยุดแล้ว? เมื่อถามความหมาย พระองค์ตรัสตอบว่า "เราวางอาชญาในสรรพสัตว์ได้แล้ว จึงชื่อว่าหยุดแล้วตลอดกาล ส่วนท่านไม่สำรวมในสัตว์ทั้งหลาย เพราะฉะนั้น เราจึงชื่อว่าหยุดแล้ว ส่วนท่านสิชื่อว่ายังไม่หยุด" — คนที่วิ่งอยู่จริงๆ คือองคุลิมาล ที่วิ่งหนีตัวเองมาตลอดชีวิต ประโยคเดียวเท่านั้น มือที่ถือดาบก็คลายออก เขา "ทิ้งดาบและอาวุธลงในเหวลึก" ขอบวช ณ ตรงนั้น และพระพุทธเจ้ารับด้วยคำสั้นๆ ว่า "เธอจงเป็นภิกษุมาเถิด"
ต่อมา แม้พระเจ้าปเสนทิโกศลยกขบวนทหารมาหมายจะปราบโจรองคุลิมาล ยังต้องตะลึงเมื่อพบว่าโจรที่ตามล่ากลายเป็นภิกษุอยู่ในสำนักพระพุทธเจ้าแล้ว
เช้าวันหนึ่ง พระองคุลิมาลบิณฑบาตแล้วพบหญิงท้องแก่ใกล้คลอดที่กำลังลำบากมาก ท่านสะเทือนใจ กลับมากราบทูล พระพุทธเจ้าจึงให้ท่านกลับไปกล่าวสัจวาจา (คำสัตย์) ช่วยนาง — และตรงนี้มีรายละเอียดที่งดงามมาก: ตอนแรกพระองค์ให้พูดว่า "ตั้งแต่อาตมภาพเกิดมา ไม่เคยจงใจปลงชีวิตสัตว์เลย" องคุลิมาลทักท้วงทันทีว่า พูดอย่างนั้นก็โกหกสิ เพราะเคยฆ่ามามากต่อมาก พระพุทธเจ้าจึงแก้ให้หนึ่งคำ:
"น้องหญิง ตั้งแต่อาตมภาพเกิดมาโดยอริยชาติ ไม่เคยรู้ว่าจงใจปลงชีวิตสัตว์เลย ด้วยสัจจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่เธอ ขอความสวัสดีจงมีแก่ทารกในครรภ์ของเธอเถิด"
จากอังคุลิมาลสูตร — พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๓ ข้อ ๓๕๑
"เกิดมาโดยอริยชาติ" คือนับจากวันที่เกิดใหม่ในธรรม — คำสัตย์นี้จริงร้อยเปอร์เซ็นต์ และพระสูตรบันทึกว่า "ทันใดนั้น ความสวัสดีได้มีแก่สตรีนั้น ความสวัสดีได้มีแก่ทารกในครรภ์" ข้อความนี้แหละคือต้นกำเนิดของ "องคุลิมาลปริตร" ที่คนไทยยังสวดอวยพร หญิงมีครรภ์ให้คลอดง่ายมาจนถึงทุกวันนี้ — บทสวดที่มาจากปากอดีตฆาตกร กลายเป็นบทที่ใช้ต้อนรับชีวิตใหม่
เรื่องไม่ได้จบแบบการ์ตูน — ต่อมาพระองคุลิมาลบรรลุอรหัตตผล แต่เวลาบิณฑบาต ก้อนดิน ท่อนไม้ ก้อนกรวดที่ใครขว้างไปทางไหนก็มาตกใส่ท่าน "ศีรษะแตก เลือดไหล บาตรก็แตก ผ้าสังฆาฏิก็ขาด" — สังคมยังไม่ให้อภัย และกรรมเก่ายังตามส่งผล พระพุทธเจ้าตรัสกับท่านว่า
"เธอจงอดกลั้นไว้เถิดพราหมณ์ เธอจงอดกลั้นไว้เถิดพราหมณ์ เธอได้เสวยวิบากกรรมซึ่งเป็นเหตุให้เธอหมกไหม้อยู่ในนรกหลายปี หลายร้อยปี หลายพันปี ในปัจจุบันนี้แล้ว"
พุทธพจน์จากอังคุลิมาลสูตร — พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๓ ข้อ ๓๕๒
การกลับตัวไม่ได้ลบอดีต — แต่มันเปลี่ยนน้ำหนักของอดีตได้มหาศาล และพระองคุลิมาลก็รับมันด้วยความเข้าใจ ท่านเปล่งอุทานไว้เป็นบทกวีที่กินใจที่สุดบทหนึ่ง:
"คนที่ประมาทมาก่อน ต่อมาภายหลัง ไม่ประมาท เขาย่อมทำโลกนี้ให้สว่างไสวได้ ประดุจดวงจันทร์ที่พ้นจากเมฆฉะนั้น"
อุทานของพระองคุลิมาล — พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๓ ข้อ ๓๕๒